ประกาศจากทางสำนัก อ.หนู กันภัย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา คุณเก่ง พัศพงศ์ ได้ส่งข่าวจากสำนัก ซึ่งทางสำนักสักยันต์ อ.หนู กันภัย มีประกาศแจ้งเตือนดังนี้ครับ

ประกาศจากสำนัก อ.หนู กันภัย

ประกาศจากสำนัก อ.หนู กันภัย

ขอบคุณข้อมูลจากคุณเก่ง พัศพงศ์ และจากทางสำนักฯ ครับ

 



 ขอเชิญร่วมพิธีไหว้ครูประจำปี 2555 สำนักสักยันต์ อ.หนู กันภัย

เนื่องจากใกล้จะถึงพิธีไหว้ครูของทางสำนักสักยันต์ อ.หนู กันภัย ทางท่านอาจารย์หนู ได้เมตตาบอกข่าวสารถึงบรรดาลูกศิษย์ที่มีความรักความศรัทธาในลายยันต์อักขระ ได้มาร่วมพิธีไหว้ครู และทำการครอบครูประจำปี เพื่อความเป็นสิริมงคลกับตัวผู้เข้าร่วมพิธี และเป็นการสืบสานวัฒนธรรมอันดีงามที่มีต่อครูบาอาจารย์ อีกทั้งยังถือเป็นโอกาสอันดีที่ได้พบปะกันระหว่างศิษย์จากทั่วสารทิศ

สำหรับรายละเอียด และการจองค่าบูชาครูนั้น ทางผู้สนใจสามารถสอบถามและสั่งจองได้ที่ 02 – 975 – 2799 เบอร์โทรของสำนัก ได้โดยตรง



 รูปอาจารย์หนู ไม่ไหม้ไฟ

มีกรณีตัวอย่างสำหรับคนที่จุดธูปบูชาพระแล้วเกิดไฟไหม้ขึ้นในบ้านทั้งที่บางท่านได้เฝ้าระวังดูกระทั่งไฟจากก้านธูปดับหมดแล้ว แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่วายที่จะเกิดไฟไหม้ขึ้นได้โดยที่เกิดจากไฟเย็น คือก้านธูปที่มอดไปแล้วกลายเป็นชนวนถ่านเล็กๆ โดยจะลุกขึ้นมาติดไฟได้อีกครั้งก็ต่อเมื่อได้รับความร้อนจากแหล่งพลังงานหรือประกายไฟที่เข้ามากระทบ ก็จะสามารถที่จะติดไฟได้อีกครั้งเช่นกัน ฉะนั้นผู้ที่จุดธูปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต้องใช้ความระมัดระวังเรื่องนี้ให้จงหนัก

นส.วีรณัฐกรณ์ คงตุก อาชีพค้าขาย อยู่ที่บ้านเลขที่ 195 ซ.อุดมสุข 43 ถ.สุขุมวิท แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ ได้เล่าเรื่องราวของเหตุการณ์ไฟไหม้หิ้งพระที่เกิดขึ้นภายในบ้านของตนเองในขณะที่ตนเองไม่อยู่บ้าน แต่ได้จุดธูปบูชาพระทิ้งไว้โดยคิดว่าคงจะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงเกิดขึ้น

เธอเล่าว่าที่บ้านเป็นร้านจำหน่ายไอครีมตราไผ่ทอง โดยจำหน่ายทั้งปลีกและส่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อราว 10.00 น.ของเช้าวันจันทร์ที่ 22 พ.ย. พ.ศ.2553 เช้าวันนั้นทุกอย่างก็ดำเนินไปอย่างปกติเหมือนอย่างทุกวันที่ผ่านมา หลังจากที่จัดงานหน้าร้านให้ลูกค้าเสร็จเรียบร้อยแล้วในช่วงเช้า ตนเองก็จะทำการจุดธูปบูชาพระ โดยที่หิ้งพระที่บ้านนั้นอยู่หน้าร้านเป็นหิ้งพระยาวตามแนวกำแพงโดยบนหิ้งนั้นจะมีทั้งหิ้งพระและหิ้งเทพวางเรียงรายอยู่ด้วยกัน แต่อยู่คนละฝั่ง ขณะที่ตนเองบูชาพระและเทพนั้นจะจุดธูปบูชาทั้งหิ้งพระและหิ้งเทพซึ่งมีกระถางธูปที่วางจัดไว้ทั้งซ้ายและขวา

ในวันเกิดเหตุ หลังจากที่ตนเองบูชาพระและเทพเสร็จเรียบร้อย ก็ปิดร้านด้วยมีธุระต้องไปหาซื้อของมาจำหน่าย และไม่ได้คิดว่า จะเกิดไฟลุกขึ้นได้ภายในบ้าน ไม่เคยคิดมาก่อนจริงๆ

หลังจากที่ทำธุระเสร็จแล้วกลับเข้ามาบ้านถึงกับตะลึง เพราะทันที่ที่เปิดเข้าไปในบ้านพบว่ามีกลุ่มควันคละคลุ้งอบอวลไปหมดทั้งบ้าน หลังจากที่เข้าไปเปิดประตูหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทระบายออก จึงได้พบว่ามีไฟไหม้เกิดขึ้นภายในบ้านส่วนสาเหตุนั้น จะเกิดขึ้นมาจากไฟในกระถางธูปหรือหลอดไฟฟ้าที่อยู่ใต้หิ้งพระก็เป็นไปได้ เพราะในพื้นที่ส่วนกลางของหิ้งพระมีรอยไหม้ไฟอันเกิดจากความร้อนที่แรงมาก กระทั่งทำให้พื้นไม้ที่ปูไว้นั้นไหม้เกรียม ส่วนพื้นในกระถางธูปนั้นก็มีรอยไหม้ไฟเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน หรืออาจจะเกิดขึ้นจากหลอดไฟฟ้าใต้หิ้งช๊อตแล้วรามไฟติดกระถางธูปที่มีความร้อนอยู่แล้วและสามารถที่จะติดไฟได้ง่าย

แต่อย่างไรก็ตามไฟที่เกิดไหม้ขึ้นนั้นได้สร้างความเสียหายบนหิ้งพระทั้งหมด กำแพงภายในบ้านมีเขม่าคละคลุ้งไปทั่วภายในบ้านทั้งหมด แต่ก็ยังดีที่ไม่มีความเสียหายในส่วนอื่นของตัวอาคาร

เมื่อสำรวจดูความเสียหายบนหิ้งพระปรากฏว่าพบพระเครื่องพระบูชาส่วนใหญ่เสียหายทั้งหมด

แต่มีพระบูชาหลายองค์ อาทิเช่นพระพุทธชินราช-หลวงพ่อวัดเขาตะเครา-หลวงปู่ทวด-พระสังกัจจายน์แต่พระทั้งหมดที่ไม่ไหม้ไฟนั้นเป็นโละซึ่งมีหลายชนิด และที่ติดตาอยู่ด้านหลังหิ้งพระคือรูปภาพถ่ายของท่าน อ.หนู กันภัย ที่มีเพียงคราบเขม่าติดที่รูปภาพ แต่ไม่มีร่องรอยไฟไหม้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งตนเองและพี่น้องที่ทำงานอยู่ด้วยกันก็ต่างวิพากษ์วิจารณ์ ไปต่างๆ นาๆ เป็นที่น่าอัศจรรย์มาก

ด้วยลำพังโลหะทองเหลือง ทองแดง ที่ไม่ไหม้ไฟนั้นยังหาข้อสรุปได้ว่าความร้อนยังไม่พอที่จะละลายองค์พระได้ แต่ภาพถ่ายที่เป็นเพียงกระดาษเปลือยๆไม่มีกรอบมาปิดบัง แต่สามารถที่จะรอดจากกองเพลิงที่ลุกไหม้ กระทั่งหิ้งพระดังในภาพที่เห็นไหม้ขนาดนี้ หากไม่ใช่ปาฏิหาริย์แล้วจะให้เรียกว่าอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับเหตุการณ์ที่เกิด

บ้านหนูทั้งบ้านเป็นลูกศิษย์อาจารย์หนู และตั้งแต่ที่ท่าน อ.หนู สักลงยันต์มาให้ ทุกอย่างในบ้านมีความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น กิจการที่ทำอยู่ก็เจริญรุกหน้าไปเป็นอย่างมาก พวกเราพี่น้องทุกคนรวมทั้งลูกหลาน รักและศรัทธาท่าน อ.หนู มากๆ

ที่มา นิตยสารมงคลโสฬส
เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ

บูชาวัตถุมงคล อ.หนู กันภัย



 เสือเหลียวหลังออกมาทักทาย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณขวัญ ศศกร จิระเกียรติ(ช่างภาพ-ผู้สื่อข่าว นสพ. คม ชัด ลึก) เล่าให้ฟังหลังจากที่คุณขวัญได้ฟังเรื่องเล่าของเจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวจบลง เธอกล่าวว่า มีเหตุการณ์ประหลาดมากเกิดขึ้นกับตัวเอง เมื่อราว 2 ปีที่ผ่านมาและก็ไม่เคยเล่าให้ใครฟังนอกจากคนที่สนิทสนมกันเท่านั้นเพราะมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ คือเมื่อปี พ.ศ. 2550 ในวันที่ 1 พ.ค.งานพิธีไหว้ครูประจำปีของสำนักสักยันต์ อ.หนูแห่งนี้แหละ ดิฉันได้เข้ามาทำข่าวเพื่อนำเสนอในเรื่องของของงานพิธีไหว้ครู หลังจากเสร็จภารกิจก่อนที่จะเดินทางกลับ อ.หนูท่านได้ให้วัตถุมงคล ?เสือเหลียวหลัง? เนื้อทองเหลือง มาคนละเหรียญกับเพื่อนร่วมงานที่เข้ามาทำข่าวและถ่ายภาพ พร้อมกับรดน้ำมนต์ให้ไปเพื่อความเป็นสิริมงคล

หลังจากกลับไปสามวัน จำได้ว่าเป็นเวรหยุดไม่อยากไปไหนเลยอยู่ที่บ้าน ขณะที่ตนเองกำลังนอนหลับในห้อง ซึ่งเป็นพื้นไม้กระดานรู้สึกว่าเหมือนมีใครมาเดินในห้อง ไม้พื้นกระดานยวบๆลง ทีแรกนึกว่าคุณแม่เข้ามาปลุกเราในห้อง ก็ไม่ได้สนใจ อยากจะงีบต่อ ขณะนั้นก็รู้สึกว่าครึ่งหลับครึ่งตื่น เหมือนว่ามีคนมาสะกิดที่ต้นแขนขวา ก็นึกว่าแม่ปลุกให้เราตื่น ด้วยความที่เราอยากจะนอนต่ออีกสักพัก ก็ทำเป็นแกล้งหลับ นอนนิ่งๆ เหมือนเดิม ก็รู้สึกว่าเหมือนมีใครมาสะกิดอีกครั้งบริเวณที่เดิม เราก็เลยเอามือปัดไป ก็คิดในใจว่า ?จะปลุกทำไมน๊ะ? ลืมตาตื่นขึ้นมา มองดูรอบๆ ห้อง ก็ตั้งคำถามกับตัวเอง ที่เรารู้สึกว่า มีใครเข้ามาในห้อง และใครมาสะกิดเรา มองไปรอบตัวก็ไม่พบใครอยู่ใกล้ นึกแปลกใจอยู่คนเดียวแต่ก็ไม่เอะใจ คิดเอาว่าอาจจะคิดไปเองหรือว่าจิตภูติหลอนเอาก็เท่านั้น

ต้องขอบอกก่อนว่าตามปกติแล้วนิสัยชอบเดินทางไปไหว้พระวัดนี้วัดนั้น ไปทำบุญที่นั่นที่นี่ตามประสา เพราะชอบเที่ยววัดเป็นทุนอยู่แล้ว มีใครบอกว่าที่ไหนมีดีอะไรก็จะไปเพราะมันเป็นอาชีพที่ตนเองถนัดและชอบด้วย จึงมาทำงานด้านนี้

ราวอาทิตย์ให้หลัง ได้ข่าวจากเพื่อนมาว่ามีหมอดูไพ่ยิบซีท่านหนึ่งทำนายไพ่ได้แม่นยำมาก จึงได้เข้าไปพบใจหนึ่งว่าหากดีจะนำเสนอเป็นข่าวก็ลองไปดู เขาก็เปิดไพ่แล้วก็ทำนายดวงเหมือนอย่างปกติ การไปดูดวงทั่วไป แต่พอจบเรื่องราวอยากรู้อยากเห็นต่างๆ จากการอ่านไพ่แล้ว หมอดูก็ถามว่ามีอะไรจะถามอีกมั๊ย เราก็นึกในใจว่า ลองดูสิว่า เขาจะรู้จริงม๊ะ ? อืม !! ลองถามดูอีกสักเรื่องดีกว่า ว่าเมื่ออาทิตย์หรือก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ทำไมเรานอนหลับแล้วรู้สึกแปลกๆ ผิดปกติธรรมชาติไหม เขาก็ตอบมาทันทีว่า อ๋อ? ไม่มีอะไรหลอก ครูบาอาจารย์เขามาทักทายเท่านั้นแหละ เป็นธรรมดา? ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีอาจารย์เขามาทักทายลูกศิษย์ แต่มาในรูปแบบหนึ่งดีแล้ว

ก็เลยนึกเอานะว่าเออ?อย่างนี้ก็มีด้วย ถึงว่ามันแปลกๆ นอนอยู่คนเดียวแท้ๆ แต่เหมือนมีคนมาสะกิดเราให้ตื่น ถึงสองครั้ง ก็น่าจะเป็นเรื่องที่จริง เพราะเวลานั้นในตัว มีก็เพียงเสือเหลียวหลัง ที่ อ.หนูให้มาไว้บูชาอยู่ในตัวกับลายยันต์5 แถวหนุนดวงที่อาจารย์สักให้เท่านั้น ก็แปลกดีเหมือนกัน พยายามที่จะคิดเอาในแง่ที่ดีเพราะการทายทักของหมดดูไพ่ยิบซีนั้นก็คงจะเหมือนไขปริศนาในเหตุที่คล้องจองกันได้ เพียง 3 วันให้หลัง เท่านั้น จากการที่ได้เสือเหลียวหลังจาก อ. หนู กันภัย มาบูชา ก็แสดงปาฏิหาริย์ให้เรารู้สึกได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเหตุการณ์บางอย่าง ไม่เกิดกับตัวเองก็ไม่รู้

และหากถามตัวเองว่าเชื่อไหมก็บอกได้อย่างไม่ต้องคิดเลยว่าเชื่อๆ ว่าพระพุทธนั้นมีจริงสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงอักขระเลขยันต์นั้นสามารถที่จะคุ้มครองให้ชีวิตเราอยู่รอดปลอดภัยได้จริงดิฉันเชื่อ

ที่มา นิตยสารมงคลโสฬส
เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณ

บูชาวัตถุมงคล อ.หนู กันภัย



 คิดถึงอาจารย์หนู

คิดถึงอาจารย์หนู
เดือนนี้เรามีจดหมายฉบับหนึ่งมาให้ศิษย์อาจารย์หนู ได้อ่านกัน เธอ

ชื่อ ศศิธร ตุ้มเจริญ (ใช้ชื่อเล่นตามหลังมาว่าดาวออสเตรเลีย)?อู้ฮู้

อะไรจะขนาดนั้น? เลยต้องขอสันนิษฐานเอาว่า เธอคงจะทำงานตามร้านอาหาร เป็นแน่แท้เป็นเพียงการคาดเดานะ เพราะเธอไม่ได้แจ้งมาว่าทำงานอาชีพอะไร แต่ที่ทีมงานได้หยิบยกนำเอามาลงให้ดูให้อ่านกัน เพราะเห็นว่าเธอมีความ ตั้งใจจริงในการที่จะสื่อสารบอกความเคลื่อนไหว และยังบอกถึงความคิดถึง ที่เธอนั้นมีต่อ อาจารย์หนู

คุณศศิธร เธอบอกให้เราได้ทราบว่าเธอนั้นถึงแม้ว่า จะอยู่ห่างไกลไป คนละฟากฟ้าแต่เธอนั้นยังสามารถที่จะบอกความเคลื่อนไหวของประเทศ ออสเตรเลียว่าที่นั่นเขาได้นำเอารูปภาพของดาราสาว แองเจลิน่า โจลี ที่บินมาสักยันต์กับอาจารย์หนู ที่ประเทศไทยไปลงเป็นข่าว ในนิตยสารที่ชื่อว่า Woman?s Day ดังที่เราได้เห็นในภาพที่นำเอามาลงประกอบไว้ด้วย แล้วนี้และเธอยังบอกด้วยว่า เธอไปให้หมอฉีดยามา แต่หมอฉีดไม่เข้า และหมอที่นั่นไม่เคยเห็นก็ถือว่าเป็นเรื่องแปลกเหมือนกันเพราะ หากเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นในประเทศไทยหรือประเทศใกล้เคียง ก็คงจะไม่มีความแปลกมากนักแต่นี่ระยะทางมันห่างกันถึง 4 ชั่วโมงและ อยู่กันคนละฟากฟ้า แต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็ยังสามารถที่จะเกิดขึ้นมา ได้อย่างน่าอัศจรรย์ และที่สำคัญ เธอมีความเชื่อว่าเหตุการณ์ ที่ไม่คาดฝันนี้เกิดขึ้นเพราะได้เข้ามา สักยันต์กับอาจารย์หนูก่อน ที่จะเดินทางไปทำมาหากินเลี้ยงชีพที่ต่างแดนอย่างไรก็ตามอาจารย์หนู และทีมงานนิตยสารมงคลโสฬส ขอให้เธอมีการงาน-การเงินที่คล่องตัวขึ้นมากๆ เพราะเธอจะได้กลับมาบ้านเราอย่างสบายใจ และจะได้มาเล่าเรื่องแปลก ที่เธอได้พบมากับตัวเอง มาเล่าให้เราได้ฟังกันและที่สำคัญจะได้มาร่วม งานไหว้ครู ในอีก 6 เดือนข้างหน้านี้ ก็ขอเป็นแรงใจให้ครับแต่อย่างไรแล้ว ?ถึงจะอยู่ที่ไหนก็ไม่อุ่นใจเหมือนบ้านเรา? จริงไหมครับ